ด้วยพุทธานุภาพและแรงศรัทธาของชุมชนชาวไทย
ในวันที่ ๔
กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๗ (1974) พระครูพิบูลโพธาภิรัต และพระปลัดวรศักดิ์ ทีปงฺกโร แห่งวัดมหาธาตุฯ
ท่าพระจันทร์
กรุงเทพฯ ได้เดินทางมาถึงกรุงวอชิงตัน
ดี.ซี. เพื่ออยู่ประจำปฏิบัติศาสนกิจตามคำนิมนต์ของคณะกรรมการพุทธสมาคมแห่งกรุงวอชิงตัน
ดี.ซี. พอดีวันนั้นเป็นวันเพ็ญ
เดือน ๘ อันเป็นวันอาสาฬหบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญวันหนึ่งในทางพระพุทธศาสนา วันรุ่งขึ้นเป็นวันแรมหนึ่งค่ำ
เดือน ๘ อันเป็นวันเข้าปุริมพรรษา (พรรษาแรก) พระสงฆ์ทั้ง
๒ รูปก็ได้พร้อมกันตั้งสัจจอธิษฐานเข้าอยู่จำพรรษา
ณ
อาคารบ้านเลขที่
คณะกรรมการพุทธสมาคมตลอดถึงประชาชนชาวไทยทั้งหลายต่างปลาบปลื้มปีติดีอกดีใจที่ได้เห็นพระสงฆ์ผู้ทรงศีลในทางพระพุทธศาสนา สมกับคำว่า
“สมณานญจ
ทสฺสนํ
เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ” การเห็นพระสงฆ์เป็นมงคลอันสูงสุด ดังนั้น
วันที่ ๕
กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๗ (1974) ซึ่งเป็นวันที่พระสงฆ์มาถึง จึงเป็นวันเริ่มต้นสำนักสงฆ์ไทยในกรุงวอชิงตัน
ดี.ซี.
เมื่อพระสงฆ์ทั้ง
๒
รูปมาอยู่ประจำปฏิบัติศาสนกิจแล้ว บรรดาท่านสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลายต่างก็ให้ความร่วมมือร่วมใจกับคณะกรรมการพุทธสมาคมเป็นอย่างดียิ่ง การดำเนินงานของพุทธสมาคมเป็นไปโดยความคล่องตัว ประชาชนชาวไทยที่อยู่ในเขตวอชิงตัน
ดี.ซี., แมรี่แลนด์, เวอร์จิเนีย
รัฐห่างไกล
รัฐใกล้เคียง เมื่อได้ทราบข่าวอันเป็นมงคลนี้ต่างก็มีความปีติยินดี
อนุโมทนาสาธุการโดยทั่วกัน และได้ส่งปัจจัยมาสมทบบำรุงสำนักสงฆ์เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ นับเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับชาวพุทธทั้งหลายในต่างแดน
ต่อมาหลังจากออกพรรษาแล้ว ในราวเดือนตุลาคม
พ.ศ. ๒๕๑๗ พระปลัดวรศักดิ์ ทีปงฺกโร ได้เดินทางกลับประเทศไทยเนื่องจากสุขภาพไม่อำนวย
และเหตุผลส่วนตัวของท่าน พ.อ.วิเชียร
บุรณศิริ ในฐานะนายกพุทธสมาคม ได้ติดต่อกับพระมหาโสบิน
โสปาโก
หัวหน้าคณะสงฆ์วัดไทยลอสแองเจลิส
แคลิฟอร์เนีย
ได้พิจารณาช่วยเมตตานุเคราะห์ในเรื่องนี้ พระมหาโสบินได้เมตตานิมนต์พระมหาเกลี้ยง
เตชวโร
ซึ่งประจำอยู่วัดไทยลอสแองเจลิส เดินทางมาช่วยปฏิบัติศาสนกิจที่วัดไทยแห่งกรุงวอชิงตัน
ดี.ซี. ร่วมกับพระครูพิบูลโพธาภิรัต
หลังจากนั้นประมาณเดือนมกราคม
พ.ศ. ๒๕๑๘
(1975) พระครูพิบูลโพธาภิรัติ ก็ขอเดินทางกลับประเทศไทย และมีภาระหน้าที่จำเป็น
ไม่สามารถจะเดินทางกลับมาอยู่ประจำปฏิบัติศาสนกิจ
ณ
วัดไทยกรุงวอชิงตัน
ดี.ซี. ได้อีก พ.อ.วิเชียร
บุรณศิริ
นายกพุทธสมาคมก็ได้ติดต่อกับท่านพระมหาโสบินอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้พระมหาโสบินได้ทำหนังสือนิมนต์พระมหาสุรศักดิ์
ชีวานนฺโท
แห่งวัดวชิรธรรมสาธิต
พระโขนง
กรุงเทพมหานคร ประกอบกับท่านพระมหาเกลี้ยงได้เขียนจดหมายส่วนตัวไปขอความเมตตาจากท่านพระมหาสุรศักดิ์ให้มาช่วยปฏิบัติศาสนกิจร่วมกันที่วัดไทยแห่งกรุงวอชิงตัน
ดี.ซี.ด้วย ดังนั้น
เมื่อวันที่
๑๑
กุมภาพันธ์
๒๕๑๘ (1975)
พระมหาสุรศักดิ์ ชีวานนฺโท ก็ได้เดินทางจากประเทศไทยมาถึงวัดไทยแห่งกรุงวอชิงตัน
ดี.ซี.ตามคำนิมนต์
และได้อยู่ปฏิบัติศาสนกิจจนถึงปัจจุบัน
ความพยายามเพื่อการสร้างศาสนสถาน
นับตั้งแต่พระสงฆ์ได้มาอยู่ประจำปฏิบัติศาสนกิจแล้ว การดำเนินงานเพื่อหาทุนจัดตั้งวัดให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของพุทธสมาคมก็ดำเนินมาด้วยความราบรื่นและรวดเร็ว น่าดีใจและชื่นใจในศรัทธาของชาวพุทธทั้งหลาย เพราะปรากฏว่าบรรดาท่านสาธุชนผู้ใจบุญทั้งหลายทั้งในเขตวอชิงตัน
ดี.ซี., แมรี่แลนด์, เวอร์จิเนีย
ตลอดถึงรัฐใกล้เคียง ต่างก็ให้ความร่วมมือร่วมใจบริจาคปัจจัยสมทบทุนในการจัดตั้งวัดด้วยกำลังศรัทธาอันแรงกล้า
น่าอนุโมทนาอย่างยิ่ง เป็นที่ชื่นอกชื่นใจ
และดีใจในกุศลศรัทธาของท่านผู้ใจบุญทั้งหลาย จนคณะกรรมการพุทธสมาคมสามารถซื้อบ้านพร้อมทั้งสถานที่หลังที่เช่าอยู่นั้นถวายเป็นสมบัติของพระพุทธศาสนาสำเร็จเมื่อเดือนกรกฎาคม
พ.ศ. ๒๕๑๙ (1976) ในราคา
๕๒,๕๐๐
เหรียญสหรัฐ
วัดเป็นศูนย์รวมใจของชุมชน
เป็นสมบัติของส่วนรวม
พุทธศาสนิกชนมีส่วนรับผิดชอบและเป็นเจ้าของร่วมกัน เพื่อสร้างสรรค์จรรโลงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง
และเอื้อประโยชน์สุขแก่มหาชนสืบไป วัดไทยแห่งกรุงวอชิงตัน
ดี.ซี. ได้จัดให้มีกิจกรรมต่างๆ
เพื่อส่งเสริมการศึกษา
คือ
เปิดโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ขึ้น
เพื่อสอนภาษาไทยแก่กุลบุตรกุลธิดาของชาวไทย
และผู้สนใจชาติอื่นๆ พร้อมกันนั้นก็มีการจัดสอนพระพุทธศาสนาเบื้องต้น
และวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวพุทธ เป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้เยาวชนของชาติยึดมั่นอยู่ในเอกลักษณ์ของตน
ได้สัมผัสใกล้ชิดพระพุทธศาสนา
กล่อมเกลาให้รู้มีคุณธรรมจริยธรรมที่ดีงาม
ซึ่งการจัดกิจกรรมดังกล่าวนี้ได้รับความสนใจจากผู้ปกครองได้ส่งบุตรหลานเข้ารับการอบรมเป็นจำนวนมาก
