
บทความพิเศษ
พระพุทธศาสนาในต่างแดน
โดย
ดร.พระมหาถนัด
อตฺถจารี*

เหลียวหน้า
แลหลัง
ที่มาของพระพุทธศาสนาในอเมริกา
การดำเนินชีวิตของคนอเมริกันนั้นได้ให้โอกาสแก่คนทุกคน
จนกล่าวได้ว่าเป็นดินแดนที่ทุกคนจะประสบความสำเร็จได้
คนอเมริกันจะยกย่องคนเก่ง
ความมีความรู้
ความสามารถ
และให้เกียรติแก่ผู้ชนะ
ในสายเลือดของคนอเมริกันนั้นนอกจากจะมีแนวคิดในความเท่าเทียมกัน
การให้โอกาส
การมีเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยแล้ว
เราไม่อาจจะมองข้ามปัญหาเรื่องการเหยียดผิดไปได้
เรายังมีความรู้สึกลึก
ๆ
เกี่ยวกับการมีชาติพันธุ์
เหมือนชาติอื่น
ๆ
ประเทศอเมริกา ได้ชื่อว่าเป็น “เบ้าหลอม” ขนาดใหญ่มาเป็นเวลาช้านานแล้วเนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ สืบเชื้อสายมาจากชนชาติต่าง ๆ ทั่วโลกที่อพยพเข้าไปตั้งรกรากอยู่ในผืนแผ่นดินที่กว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้
ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๑๗ – ๒๕๒๕ ได้มีการอพยพโยกย้ายของประชากรเป็นจำนวนมากจากประเทศแถบอินโดจีน อันเนื่องมาจากภัยสงคราม ของลัทธิคอมมิวนิสต์ เช่นจากประเทศลาว เขมร และเวียตนาม เป็นต้น ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศโลกที่สาม ที่รับผู้อพยพจากประเทศเหล่านั้น เข้ามาอาศัยอยู่และทำมาหากินตั้งหลักปักฐานในดินแดนแห่งเสรีภาพนี้ ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ได้ให้สิทธิและเสรีภาพในการดำรงชีวิต และนับถือศาสนา
ด้วยเหตุนี้ พระพุทธศาสนา จึงมีการตื่นตัวขึ้นในกลุ่มผู้นับถือ โดยเฉพาะชาวเอเชียกลุ่มใหญ่ที่เข้ามาตั้งรกรากอยู่ที่นี่ เมื่อมีงานทำ มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงแล้ว ก็หันมาให้ความสนใจกับการสร้างศูนย์รวมจิตใจ นั่นคือการสร้างวัดในทางพระพุทธศาสนา เพื่อให้เป็นศูนย์กลางของชุมชน อย่างเช่นวัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เป็นวัดแรกในเขตนครหลวงวอชิงตัน และปริมณฑล นอกจากวัดศรีลังกา แล้วก็มีวัดลาว วัดเขมร ตามมา และสร้างวัดไทยตามมาอีกหลายวัด
ความจริงชาวอเมริกันรู้จักพระพุทธศาสนาอย่างเป็นทางการมาเป็นร้อย
ๆ ปีแล้ว
ตั้งแต่มีการประชุมสภาศาสนาโลกครั้งแรก
เมื่อปี ค.ศ.
๑๘๙๓
ที่นครชิคาโก
มลรัฐอิลลินอยส์
ประกาศคำสอนในทางพระพุทธศาสนา
เป็นครั้งแรก
โดยท่านอนาคาริก
ธรรมปาละ ชาวพุทธศรีลังกา
ในท่ามกลางผู้นำศาสนาทั่วโลก
ทำให้ชาวอเมริกัน
และชาวโลกรู้จักพระพุทธศาสนาอย่างเป็นทางการ
ผลจากการประชุมในครั้งนั้นทำให้ชาวอเมริกันหันมาให้ความสนใจกับพระพุทธศาสนามากขึ้น
โดยเฉพาะชาวอเมริกันจะรู้จักพุทธศาสนาแบบเซน
ในยุคแรกได้ศึกษาจากอาจารย์เซนชาวญี่ปุ่นที่เกาะฮาวาย
และเมืองซานฟรานซิสโก
ต่อมาเมื่อมีการอพยพของชาวพุทธทิเบต
นำโดยท่านองค์ทะไล
ลามะ ได้หลบหนีภัยสงครามจากการที่ประเทศทิเบตถูกประเทศจีนเข้ายึดครอง
ทำให้พระพุทธศาสนามหายาน
แบบ “วัชรยาน” กลับได้รับความสนใจจากชาวอเมริกันเพิ่มขึ้น
อันเนื่องมาจากความเห็นอกเห็นใจชาวอพยพ
และพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งเสรีภาพทางความคิด
จึงค่อนข้างจะถูกจริตของชาวอเมริกันที่รักสันติภาพ
และ
สิทธิเสรีภาพอย่างมากทีเดียว
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาของชาวทิเบตที่เป็นรูปธรรมที่สุดในสหรัฐอเมริกา ด้วยการตั้งสถาบันการศึกษาที่ชื่อ “นโรปะ” โดยท่าน ชกยัม ทรุงปา ริมโปเช นำลูกศิษย์ชาวอเมริกันตั้งขึ้นที่เมืองบอร์ดเดอร์ รัฐโคโลราโด เป็นสถาบันที่ไม่จำกัดลัทธิความเชื่อ หรือศาสนาที่ตนนับถือมาก่อน ใครจะเข้ามาศึกษาก็ได้ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและทัศนคติ เรื่องจิตวิญญาณของชาวตะวันตก และความเชื่อแบบพุทธปรัชญาตะวันออก นับเป็นสถาบันที่สำคัญที่สุดในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙๗๐ เป็นต้นมา ปัจจุบันนี้ได้ยกฐานะเป็น มหาวิทยาลัยนโรปะ มีนักศึกษา เป็นหมื่น และมีสอนพระพุทธศาสนาถึงระดับปริญญาเอก
ในยุคเดียวกันนี้ศาสนาพุทธแบบเถรวาท(หีนยาน)
ก็ได้รับความสนใจจากชาวอเมริกันมากขึ้นเช่นเดียวกัน
โดยมีผู้นำหลักปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแบบอานาปาณสติภาวนาที่มีมาในมหาสติปัฎฐานสูตร
เข้าไปสอนเป็นหลักสูตรในคณะพยาบาลศาสตร์
มหาวิทยาลัยแมสซาชูเซท
(Program of the stress
reduction) By Dr. Jon Kabat Zinn
โครงการนี้ได้นำไปใช้ใน
การบำบัดรักษาโรคทางกายและทางจิตใจ
ส่วนในการเผยแผ่ธรรมะนั้น
มีการสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม
โดย แจ๊ค คอนฟิลด์
และ โจเซฟ
โกลด์สตีน
ทั้งสองคนเคยเป็นอาสาสมัคร
Peace corps ในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยเฉพาะ
แจ๊ค
คอนฟิลด์
ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในสำนักวัดหนองป่าพง
จ.อุบลราชธานี
ภายใต้การอบรมสั่งสอนของหลวงปู่ชา
สุภทฺโท
พระนักปฏิบัติที่มีชื่อเสียงจนชาวต่างชาติหลั่งไหลมาปฏิบัติกับท่าน
ได้ลูกศิษย์ไปสร้างวัดในต่างประเทศมากมาย
จนถึงทุกวันนี้
ส่วน โจเซฟ
โกลด์สตีน
นั้นไปอุปสมบทเป็นพระปฏิบัติกับอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐานที่ประเทศพม่า
แล้วกลับมาสร้างสำนักปฏิบัติร่วมกับแจ๊ค
คอนฟิลด์
ชื่อสถาบัน
แบร์
ในรัฐแมสซาชูเซทส์
สอนการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแบบเถรวาท
มีผู้สนใจเข้าไปศึษาเป็นจำนวนมาก
และนับวันก็จะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย
ๆ จนต้องขยายสาขาไปที่เมืองซาน
ฟรานซิสโก ชื่อ
Spirit Rocks
ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า
ในยุคนี้พระพุทธศาสนาได้ประดิษฐานลงในดินแดนอเมิรกานี้แล้วครบทั้ง
๓ ยาน คือ มหายาน(แบบจีน-ญี่ปุ่น)
วัชรยาน
(แบบทิเบต)
และ หีนยาน
(เถรวาท)
ทำให้ชาวอเมริกันเลือกปฏิบัติได้ตามความต้องการ
และพื้นฐานของความเชื่อศรัทธาในแต่ละบุคคล
พระพุทธศาสนา
เหมือนกับสินค้าตัวเลือกในในสังคมอเมริกัน
ที่จะสรรหามาบริโภค
ให้ถูกกับจริตและความต้องการของตนเอง..และมีชาวพุทธ(เดิม)
หลายท่านเป็นห่วงว่า
พระพุทธศาสนาจะกลายพันธ์หรือเปล่า
?
