ปฏิบัติธรรมขั้นอุกฤษฎ์ ในพรรษาปี พ.ศ.๒๕๐๗ พระมหาสุรศักดิ์ ชีวานันโท ได้เข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ที่สำนักวิเวกอาศรม ชลบุรี ซึ่งเป็นสำนักปฏิบัติวิปัสสนาโดยเฉพาะ มีพระอาจารย์ภัททันตะ อาสภเถระ เป็นพระวิปัสสนาจารย์ให้การสอน การอบรม การทดสอบอารมณ์เป็นประจำ การปฏิบัติวิปัสสนาครั้งนี้ นับว่าได้กัลยาณมิตรที่ดี คือพระอาจารย์ดีมีความเชี่ยวชาญทั้งในด้านปริยัติและปฏิบัติ ทำให้การปฏิบัติ วิปัสสนาก้าวหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง สติ สมาธิ ปัญญา ก็ได้รับการพัฒนา ตามหลักของมหาสติปัฏฐาน เป็นการดำเนินตามศีล สมาธิ ปัญญา แบบครบวงจร เป็นเวลา ๖ เดือนเศษ ที่พระมหาสุรศักดิ์ ขังตัวเองอยู่ในห้องปฏิบัติกรรมฐาน โดยไม่มีการติดต่อกับบุคคลภายนอก นอกจากพระอาจารย์ผู้สอน ผู้ทดสอบอารมณ์ วันละครั้ง หรือหลายครั้ง ถ้ามีปัญหาจะถามอาจารย์ เป็นการปฏิบัติแบบติวเข้ม (อุกฤษฎ์) จำวัดเฉพาะกลางคืน ๒-๓ ชั่วโมง ฉันอาหารมื้อเดียว โดยออกบิณฑบาต แล้วกลับมาฉันในบาตร ฉันน้อย นอนน้อย พูดน้อย ปฏิบัติมาก ทำความเพียรมาก ระยะเวลา ๖ เดือนเศษ เป็นเหตุทำให้อินทรีย์ห้า คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา พัฒนาเจริญขึ้นตามลำดับ นับอยู่ในขั้นที่เรียกว่า รู้ว่าอะไร เป็นอะไร เป็นที่พอใจของพระอาจารย์ผู้สอน ผู้ทดสอบอารมณ์ สมควรจะได้เรียนรู้วิชาครูในขั้นต่อไป ในเมื่อพระอาจารย์เห็นสมควรให้ศึกษาวิชาครู เพื่อเรียนรู้วิธีสอน วิธีสอบอารมณ์ต่อไป จึงได้เข้ารับการอบรมศึกษาวิชาครูจากพระอาจารย์ผู้ชำนาญในภาคปฏิบัติและมีความสันทัดจัดเจนในเชิงการสอน จนมีความรู้ความเข้าใจแนวการสอน และการสอบอารมณ์ ตลอดการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับโยคีผู้ปฏิบัติ เมื่อพระอาจารย์ทดสอบจนเป็นที่แน่ใจแล้ว จึงได้รับมอบหมายให้ช่วยสอนโยคีที่เข้ามาปฏิบัติวิปัสสนาในสำนักวิเวกอาศรม เพื่อเป็นการทดลอง พระมหาสุรศักดิ์ ก็ทำหน้าที่การสอนโยคีได้ดี เป็นที่ไว้วางใจของพระอาจารย์อาสภเถระ พระอาจารย์ใหญ่ประจำสำนักวิเวกอาศรม พระวิปัสสนาจารย ์ ต่อมา ปี พ.ศ.-๒๕๐๙ ทางสำนักวิปัสสนากรรมฐาน วัดเขาแก้ว อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ มาขอนิมนต์พระวิปัสสนาจารย์ไปสอนที่นั่น พระอาจารย์อาสภเถระจึงส่งพระมหาสุรศักดิ์ ชีวานันโท ไปเป็นอาจารย์สอนวิปัสสนา ประจำสำนักวัดเขาแก้ว ตามที่ทางโน้นขอมา วัดเขาแก้วเป็นวัดที่มีเนื้อที่กว้างขวางประมาณ ๒๐๐ ไร่ ตั้งอยู่ในเชิงเขา เป็นวัดเก่าแก่ มีโรงเรียนราษฎร์ของวัด มีพระเณรจากที่ต่าง ๆ มาเรียนกันมาก ในปีการศึกษาหนึ่ง ๆ ก็ประมาณ ๑๐๐-๒๐๐ รูป เมื่อไปอยู่ประจำที่สำนักวัดเขาแก้วใหม่ ๆ ยังไม่ค่อยรู้จักใคร ก็ไปฝากตัวเป็นศิษย์เจ้าอาวาส คือหลวงพ่อกัน เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในระแวกนั้น วันหนึ่ง ๆ มีคนทั่วสารทิศมาหาให้ท่านช่วยเหลือ ใครมีปัญหามีทุกข์ในเรื่องอะไรก็มาขอให้ท่านช่วยในเรื่องนั้น ๆ ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังในทางไสยศาสตร์ เวทมนต์ กลคาถา แต่ว่าพระมหาสุรศักดิ์ไปสอนวิปัสสนาอันเป็นเรืองของพุทธศาสตร์ ก็สามารถอยู่ได้ในท่ามกลางดงเครื่องรางของขลัง เทศน์ธรรมะให้คนฟัง ดังไปคนละอย่างต่างจากหลวงพ่อกัน สำนักวิปัสสนาวัดเขาแก้ว ครั้งแรกมี พระอาจารย์อินทะวังสะเถระ พระชาวพม่าสอนมาก่อน ตอนหลังท่านกลับประเทศพม่า ก็มีพระอาจารย์หงษ์ทอง มาสอนต่อ แต่ไม่นานก็ถูกธิดาพระยามารใช้บ่วงคล้องคอ พอมาถึงวาระของพระมหาสุรศักดิ์มาเป็นอาจารย์ พวกชาววัดชาวบ้านทั้งหลายก็ทำนายกันล่วงหน้าว่า ก็คงเหมือนกับที่แล้วๆ มา แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ คาดผิดไม่เป็นตามข่าว พระมหาสุรศักดิ์ไม่ใช่พระประเภท ลิงโง่ ลิงโลเล แต่เป็นพระใจเพชรที่เจียระไน รู้ว่าอะไร เป็นอะไรจึงไม่อยู่ในวิสัยที่จะตกเป็นเหยื่อของมาร ยิ่งอยู่ไปนาน การสอนวิปัสสนา การเทศน์ธรรมะอบรมชาวบ้านทั่วไป ก็ยิ่งทำให้คนและพระมั่นใจในความฉลาด เสียสละหนักแน่น มั่นคง ของพระมหาสุรศักดิ์ หนัก ๆ เข้าคนที่ไม่เคยเข้าวัดก็เข้าวัด คนที่ไม่เคยฟังเทศน์ก็ฟังเทศน์เป็นเหตุให้คนเข้ามาปฏิบัติวิปัสสนาเพิ่มจำนวนมากขึ้นโดยลำดับ ต้องสร้างห้องปฏิบัติวิปัสสนาเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับผู้คนที่สนใจในการปฏิบัติ ทั้งชาววัดชาวบ้านต่างก็ให้ความร่วมมือร่วมใจกันเป็นอย่างดี ในช่วงระยะเวลาที่ประจำอยู่วัดเขาแก้วนั้น นอกจากการสอนวิปัสสนาแล้ว พระมหาสุรศักดิ์ ยังต้องเทศน์ให้ชาวบ้านฟังเป็นประจำทุกวันพระ มีคนสนใจในการฟังเทศน์เพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวัน เป็นประวัติการณ์ ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้ ไม่เคยมีพระรูปไหนมาเทศน์สอนคนพยุหะให้เข้าวัดได้เลย ไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์ แต่ประหลาดที่ชาวพยุหะสนใจฟังธรรมะจากเสียงเทศน์ของพระมหาสุรศักดิ์ ชีวานันโท ทำให้คนหายโง่ไปตาม ๆ กัน แม้แต่หลวงพ่อกันซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังทางไสยศาสตร์ ก็ยังประกาศให้คนไปฟังเทศน์จากพระมหาสุรศักดิ์ด้วยความชื่นชม พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระธรรมคุณาภรณ์ก็ออกปากชมว่า มหา ! ฉันเป็นคนพยุหะ บวชเป็นพระที่วัดเขาแก้ว สอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม แต่ก็เทศน์สอนพวกแม่ค้าตลาดพยุหะให้เข้าวัดไม่ได้ มหามาอยู่ปีสองปี มีปัญญาสามารถสอนพวกนี้ให้เข้าวัดได้ ฉันขออนุโมทนาและชื่มชมยินดีด้วย ที่มหาช่วยโปรดพวกเหล่านี้ให้ขึ้นสวรรค์ การเป็นอาจารย์สอนวิปัสสนาที่วัดเขาแก้วนั้น พระมหาสุรศักดิ์ได้ร่วมมือกับข้าราชการจังหวัดนครสวรรค์ นั่นคืองานออกไปเทศน์ตามหมู่บ้าน ตำบล อำเภอต่าง ๆ ในเขตจังหวัดนครสวรรค์ ตามนโยบายเข้าถึงประชาชนของรัฐบาล ในเวลานั้น ไปกับนายอำเภอบ้าง ปลัดจังหวัดบ้าง พระมหาสุรศักดิ์ เทศน์ธรรมะอบรมประชาชน จากนั้นข้าราชการก็พูดถึงนโยบายของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนตามโครงการต่าง ๆ สังเกตดู ขณะที่พระเทศน์ธรรมะ ประชาชนที่ฟังก็มีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แต่พอข้าราชการขึ้นพูด ใบหน้าของคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะแจ่มใส หนีไปทีละคนสองคน ทนฟังไม่ค่อยจะได้ ไม่รู้เป็นเพราะเหตุอะไร ดังนั้น ทุกครั้งที่ออกไปตามหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จึงต้องนิมนต์พระไปด้วย เพื่อช่วยให้คนมารวมกัน นอกจากออกไปเทศน์อบรมประชาชนร่วมกับข้าราชการแล้ว การเทศน์ตามงานต่าง ๆ ของชาวบ้านก็มีแทบทุกวัน บางวันต้องไปเทศน์ถึง ๒ งาน ๓ งาน ดีหน่อยการเดินทางสะดวกสบายง่ายต่อการไปมา นับว่าชีวิตของพระมหาสุรศักดิ์ ขณะที่อยู่วัดเขาแก้ว ทำงานหนักที่สุด ชีวิตอยู่กับการเทศน์ การสอน การอบรม ตลอดเวลา บางครั้งบางคราวนอนหนาวเป็นไข้ แต่โยมก็นิมนต์ให้ไปเทศน์สอนคน เพราะมีประชาชนมาคอยฟังธรรมจำนวนหลายร้อย ก็ต้องค่อยพยุงกายลุกไปบรรยายธรรมให้คนฟัง นั่งเทศน์ไปเทศน์มาเหมือนฉันยาแก้ไข้ ไม่รู้พิษไข้มันหายไปเมื่อไรเป็นเรื่องประหลาดไม่น่าเชื่อ เป็นไปได้อย่างไร ครั้งหนึ่งเป็นไข้ตัวร้อน นอนซมอยู่กับที่ มีงานทำบุญที่วัดใต้ ใกล้ ๆ กับวัดเหนือ คนมากันมากเป็นจำนวนพัน เพราะได้ข่าวกันว่า พระมหาสุรศักดิ์จะมาเป็นองค์เทศน์ เป็นเหตุให้คนหลั่งไหลกันมา ทั้งหนุ่มสาว เฒ่าแก่ แต่หาทราบไม่ว่า องค์เทศนากำลังนอนเป็นไข้ ทำยังไงกันดี มีลูกศิษย์เป็นหมอ ขอแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ฉีดยาอะไรไม่รู้เข้าเส้นเหมือนน้ำเกลือ ไม่น่าเชื่อ เพียง ๓๐ นาที ให้หลังไม่รู้มีกำลังขึ้นมาได้อย่างไร ไปนั่งเทศน์อยู่ได้ตั้ง ๒-๓ ชั่วโมง การที่ได้ทำงานมาก ๆ เช่นนี้ เป็นความสุขอย่างหนึ่งสำหรับพระมหาสุรศักดิ์ เพราะท่านรักในการทำงาน ชีวิตที่อยู่กับงานตลอดเวลา เป็นชีวิตที่มีคุณค่ามหาศาล ท่านสอนคนเช่นนี้เสมอ อยู่วัดเขาแก้ว ๒-๓ ปี ก็มีเหตุให้ต้องกลับไปช่วยงานท่านพระอาจารย์ อาสภเถระ ที่วิเวกอาศรมอีกครั้ง คราวหลังนี้มาช่วยท่าน พระอาจารย์สอนวิปัสสนาอยู่ ๒ ปี มีโยคีเข้ามาปฏิบัติวิปัสสนา ทั้งพระเณร และประชาชนชาวบ้านทั่วไป ปีหนึ่ง ๆ ก็เป็นจำนวนพัน ๆ มากันไม่ขาดสาย บางรายก็มาอยู่ระยะสั้น ๗ วัน ๑๕ วัน บางราย หลายรายก็อยู่กันเป็นเดือนสองเดือน ถ้าในเวลาเข้าพรรษาส่วนมากก็อยู่กันตลอดไตรมาส ๓ เดือน งานสอนวิปัสสนาเป็นงานที่น่าสนใจ เพราะได้เรียนรู้ชีวิตจริงของคนทุกระดับชั้น คนเรานั้นมีนิสัยคนละอย่างต่างๆ กันไป ทำให้ผู้สอนได้รู้นิสัยของแต่ละคนที่แสดงออกมาในเวลาปฏิบัติวิปัสสนา ดังนั้น การสอนวิปัสสนากรรมฐาน จึงเป็นงานที่น่าสนใจ กลับ |